วันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2558

[อ่าน] The personal MBA master the art of business ของ Josh kaufman

   เริ่มอ่านหนังสือ Business เหมือนจะทำธุรกิจ เลย จริง ๆ เล่มนี้ผมเห็นมานานแล้ว และได้ยินมาหลายครั้ง จำไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ได้ยิน หรืออ่านเจอคำแนะนหนังสือเล่มนี้ จนทำให้ตัดสินใจซื้อมา คือเมื่อไหร่ แต่ก็ไหน ก็ได้มาแล้ว ก็เริ่มอ่าน ซึ่ง จริง ช่วงนี้ก็มีหลายเล่มมากที่ซื้อมาแล้วยังไม่ได้อ่านครับ ส่วนเล่มนี้ มีหลายประเด็นที่ผมชอบ แต่ตอนนี้ขอ จดหนังสือเล่มอื่นที่เค้าแนะนำไปด้วยระหว่าง อ่านเลยละกันครับ

Financial intelligence for Entrepreneurs by Karen Berman and Joe Knight

Simple Numbers, Straight Talk, Big Profits! by Greg Crabtree

Accounting Made Simple by Mike Piper

How to Read a Financial Report by John A. Tracy

ยังแนะนำ เว็บ http://mbamath.com และ Bionic turtle (http://bionicturtle.com)

ถ้าสนใจเรื่องเกี่ยวกับ statistic เค้าแนะนำให้อ่าน

Thinking Statistically by Uri Bram

How to lie with Statistics by Darrell Huff

Turning Numbers into Knowledge by Jonathan G. Koomey, PhD

และการวิเคราะห์ขั้นสูงให้ อ่าน Principles of statistics by M.G. Bulmer

วันอังคารที่ 23 มิถุนายน พ.ศ. 2558

23 Jun 2015

   ไม่รู้จะตั้งหัวข้อว่าอะไรดีครับ แต่เริ่มมาวันนี้มีน้องฝากหาหนังสือ ของนักเขียนสี่ท่าน คือ


  1. Isiah Berlin
  2. Noam Chomsky
  3. Paulo Freire
  4. Bertrand Russell
เอาตรง ๆ คือผมเคยได้ยิน แค่สองคนคือ Isiah Berlin  และ Noam Chomsky และคือแค่ได้ยิน และเคยอ่านเจอในหนังสือหลายเล่มที่กล่าวถึง ซึ่งไม่เคยได้อ่านงานของ นักเขียนดังกล่าวเลยครับ และแม้แต่ไปหาหนังสือมาแล้ว ผมก็ยังไม่ได้หนังสือของนักเขียนเหล่านี้มาเป็นของตัวเอง แต่ได้หนังสือ อื่น ๆ มา คือของ Jared Diamond ซึ่ง เพื่อนผม แนะนำให้อ่านเรื่อง Guns, Germs and steel ไม่สามารถหาได้จิง ๆแต่สุดท้ายเพื่อนก็ส่งไฟล์ PDF มาให้ แต่สิ่งที่ผมได้คือหนังสือ Collapsed ของ นักเขียนท่านเดียวกัน และนอกจากนั้นก็ได้หนังสือ ของ Howard Zinn มาครับ เหมือนผมจะเคยพิมพ์เกี่ยวกับ Howard Zinn ซึ่งผมเองก็จำไมไ่ด้เหมือนกัน ว่าตอนนั้นเขียนตอนอ่านหนังสือเรื่องอะไร พูดตรง ๆคือลืมสนิท บางครั้งก็สงสัยเหมือนกันครับอ่านหนังสือมาหลานเล่มสุดท้ายก็ลืม ไม่รู้ว่าคนที่อ่านหนังสือท่านอื่นจะเป็นหรือไม่หรือเป็นที่ผมคนเดียวไม่ทราบ แต่ถ้ามีใครที่อยากอ่านหนังสือแล้วกลัวจะลืม ถ้ามาถามผม ผมคงบอกตรงๆ ว่ามันลืม นะ จำได้นิดหน่อย แต่ผมก็มีความสุขที่จะอ่านต่อไปอยู่ดีครับ
    ที่ร้านหนังสือแนะนำหนังสือที่ชื่อ Man's Seach for Meaning ของ Viktor E. FrankL มาด้วยครับ ไม่เคยได้ยิน เอาเป็นเดี๋ยวลองดูละกัน


ปล. ผมอยากพิมพ์เก็บไว้ ในตอนนึกได้ ไม่รู้ว่าอะไรหลาย ๆอย่างมันจะคลายปมให้ผมได้ไม้ว่า อ่านแล้ว เล่มไหนทำให้ผมเปลี่ยนไปยังไง 

วันอาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

[อ่าน] จดหมายรักถึงเผด็จการ


   จริง ๆแล้วผมควรจะอ่านเล่มนี้ก่อนหน้า "พูดความจริงกับผู้มีอำนาจ" เนื่องจากเล่มนี้ออกมาก่อน  แต่เนื่องด้วยตอนนั้นหนังสือเล่มนี้ไม่ได้อยู่ใกล้ตัวผม

   เริ่มมา กษิดิศ อนันทนาธร ลูกศิษย์ ก้นกุฏิ ของ อาจารย์สุลักษณ์ ผู้เป็นบรรณาธิการของหนังสือเล่มดังกล่าวก็ได้พูดถึงหนังสือ "คำขานรับ" ของ ศรีบูรพา หรือกุหลาบ สายประดิษฐ์ ซึ่งตรงนี้เองก็ถือเป็นที่มาของชื่อสำนักพิมพ์  "ไม่ขานรับ?" ผมเองแปลกใจอยู่หน่อย ตรงที่เครื่องหมายคำถาม ว่าเหตุใดจึงไม่สรุปว่าจะขาน หรือไม่ขาน หรือแล้วแต่คน  ซึ่งตรงนี้เป็นชื่อของสำนักพิมพ์น่าจะต้องสะท้อนถึงตัวตนผู้คิด ว่า จะขานรับหรือไม่ หรือการใส่ประโยคคำถามเป็นการเล่นกับผู้อ่าน เอ๊ะยังไง

  พูดถึงหนังสือ นายป๋วย อึ๊งภากรณ์ ผู้ใหญ่ที่ไม่กะล่อน ของ อ. สุลักษณ์

"ศรีบูรพา". จนกว่าเราจะพบกันอีก (กรุงเทพฯ:ดอกหญ้า 2545)

กุหลาย สายประดิษฐ์, "จาก 'ศรีบูรพา' ถึง 'หลวงสารานุประพันธ์'" ใน บุคคล อนุสรณ์(กรุงเทพ: แม่คำผาง, 2548)

ส. ศิวรักษ์. และคนอื่น ๆ. อัปรีย์ไป จัญไรมา (กรุงเทพฯ : สถาบันสันติประชาธรรม, 2534)

ส. ศิวรักษ์. สร้างสรรค์สันติประชาธรรมให้เป็นจริง, พิมพ์ครั้งที่ 2 (กรุงเทพ, สวนเงินมีมา, 2545)

ส. ศิวรักษ์. จดหมายเหตุ จากถนอมถึงคึกฤทธิ์(กรุงเทพฯ: เคล็ดไทย,2519)

หนังสือชวนอ่าน และวิจารณ์หนังสือต่าง ๆ ของ อ. สุลักษณ์

ส. ศิวรักษ์, ค่อนศตวรรษประชาธิปไตยไทยที่เต็มไปด้วยขวากหนาม (กรุงเทพฯ:ศึกษิตสยาม, 2550)

ส. ศิวรักษ์, สาบเสือเมื่อพ้นภัยพาล (กรุงเทพฯ:สยามปริทัศน์, 2553)

ส. ศิวรักษ์, เสียงจากปัญญาชนสยามวัย ๗๗ (กรุงเทพฯ:สยามปริทัศน์, 2553)

ส. ศิวรักษ์, กิน กาม เกียรติ ในวัย ๘๐ (กรุงเทพฯ:สยามปริทัศน์, 2556)

ส. ศิวรักษ์, รากงอก ก่อนตาย (กรุงเทพฯ:สยามปริทัศน์, 2555)

ส. ศิวรักษ์, ลอกคราบเสด็จพ่อ ร.๕ (กรุงเทพฯ:ศึกษิตสยาม, 2554)

สรศักดิ์ งามขจรกุลกิจ, พ.ท. ตำนานใหม่ของเบบี๋วนการเสรีไทย:เรื่องราวของการต่อสู้เพื่อเอกราช สันติภาพ และประชาธิปไตยอย่างแท้จริง (กรุงเทพฯ:สถาบันเอเซียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, 2555)

ส. ศิวรักษ์, กล้า ๆ กลัว ๆ ชนชั้นปกครองกับงานฉลอง ๑๐๐ ปี ปรีดี พนมยงค์ (กรุงเทพฯ :ศึกษิตสยาม, 2543)

ปรีดี พนมยงค์, แนวความคิดประชาธิปไตยของปรีดี พนมยงค์, แนวความคิดประชาธิปไตยของปรีดี พยมยงค์ (กรุงเทพฯ: สุขภาพใจ, 2552)

เสกสรรค์ ประเสริฐกุล, เต๋าแห่งประชาธิปไตย (กรุงเทพฯ: สามัญชน, 2556)  และ ความฝันเดือนตุลา (กรุงเทพฯ: สามัญชน, 2557)

ส. พลายน้อย. พระยาพหลพลฯ นายกรัฐมนตรีผู้ซื่อสัตย์(กรุงเทพฯ: มติชน, 2555)

ส. ศิวรักษ์, เหลียวหลัง แลหน้า จากพฤษภาคม ๒๕๓๕ (กรุงเทพฯ:มูลนิธิโกมลคีมทอง, 2536) และ ทำไมจึงตายเพื่อประชาธิปไตย(กรุงเทพฯ : สมาพันธ์, ม.ป.ป.)

พลตรีไพบูลย์ กาญจนพิบูลย์(บก.) ใน ๑๑๑ ปี ฯพณฯ พลเอก พระยาพหลพลพยุหเสนา "เชษฐบุรุษ" ๒๙ มีนาคม ๒๕๔๑ (กรุงเทพฯ: สุขภาพใจ, ๒๕๕๒)

John Ralston Saul. The Collapse of Globalism And The Reinvention of The World (NY: The OVERLOOK Press, 2005)

ณรงค์ ใจหาญ. หลักกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เล่ม ๒ (กรุงเทพฯ : วิญญูชน, 2556)

ส. ศิวรักษ์(แปล). แผ่นดิน และประชากรของข้าพเจ้า: อัตชีวประวัติของทะไลลามะแห่งธิเบต(กรุงเทพฯ: ศูนย์ไทยธิเบต, 2556)

เดี๋ยวต้องไปอ่านต่อ พิมพ์ไว้นาน แล้วแต่ไม่ได้อ่านต่อเลย

รวมหนังสือจิ๋ว ๆ

      เริ่มมาจากการอ่านหนังสือ "ลอกคราบ เสด็จพ่อ ร.๕" ของ อ. สุลักษณ์​แล้ว ภายในหนังสือ ก็มีการแนะนำหนังสือ ต่าง ๆเช่นเคย แต่เนื่องจากหนังสือ ดังกล่าวมีขนาดไม่หนามาก และยังมีหนังสือที่มีขนาดใกล้เคียงกันอีกหลายเล่ม จึงคิดว่าจะทำการรวมหนังสือกลุ่มนี้ไว้ด้วยกัน จะได้ง่ายต่อการกลับมาดู โดยที่หนังสือกลุ่มนี้มีดังนี้

  1. ลอกคราบเสด็จพ่อ ร.๕
  2. ความเรียงเรื่องปัญญาชน
  3. เพื่อน
  4. สอนสังฆราช
  5. สาระพระพุทธศาสนาของธิเบต
  6. พุทธตันตระ หรือ วัชรยาน
  7. ของดีจากธิเบต : เรื่องกน้ารู้เกี่ยวกับพุทธศาสนาในธิเบต
  8. แนวคิดทางปรัชญาการเมืองของ อริสโตเติล
  9. อุดมศึกษาเพื่อความเป็นไท โยงหัวสมอง และหัวใจให้เป็นหนึ่งเดียวกัน
  10. ธรรมกาย : ฟางเส้นสุดท้าย แห่งความเสื่อมสลายของสถาบันสงฆ์ไทย แล้วเราจะกู้สถานการณ์ได้อย่างไร
  11. นัยของการเข้าพรรษากับคนรุ่นใหม่
  12. ขจัดทักษิณาธิปไตย

    โดยเริ่มจากเล่มแรก คือ "ลอกคราบเสด็จพ่อ ร.๕"

India in 1872, as seen by the Siamese(Sachchidanand Sahai เขียน BP Publishing, Delhi 2002)

ผจญมาร รสช. ของ ส.ศิวรักษ์(สถาบันสันติประชาธรรม)

กล่าวถึง โรเบิร์ต มอรันต์ ซึ่ง ได้เขียนบันทึกลอกคราบเสด็จพ่อ ร.๕ ในสมัย ร.ศ. ๑๑๒ อย่างถึงพริกถึงขิงดังพระองค์เจ้าปฤษฎางค์ก็ทรงทำเช่นนั้น (เป็นภาษาอังกฤษ) ซึ่งเอกสาร 2 ชิ้นนี้ ตีพิมพ์แล้วในเมืองไทยนี้เอง ดังอาจหาอ่านได้จาก Two views of Siam on the Eve of the Cakri Reformation

อนาคตสำหรับไทย และอุดมคติทางการศึกษา ของ ส. ศิวรักษ์(เคล็ดไทย)

ลอกคราบสังคมไทย ของ ส.ศิวรักษ์

โดยที่ในภาคผนวกของหนังสือเล่มนี้นั้นได้กล่าวถึงหนังสือของ ส.ศิวรักษ์ในชุดดังกล่าว ประกอบด้วย
  1. ความเรียงเรื่องปัญญาชน
  2. ลอกคราบปัญญาชนฝรั่ง
  3. ความเรียงเรื่องเพื่อน
  4. พุทธศาสนากับปัญหาทางเพศ
  5. มองไปข้างหลัง แลไปข้างหน้าเมื่อชราภาพครอบงำ
  6. สอดสร้อยมาลา ศิวาลังการ
  7. โสกราตีส
  8. สาบเสือเมื่อพ้นภัยพาล

เล่มต่อมาคือ ความเรียงเรื่องปัญญาชน

เปิดมาเป็นรูปของ Alfred Dreyfus ซึ่งกล่าวว่าถูกรัฐบาลฝรั่งเศสกล่าวหามาเป็นกบฎหรือขายชาติเป็นที่มาให้คนแสดงออกอย่างจิงจังเพื่อปกป้อง Alfred จึงเรียนคนกลุ่มดังกล่าวว่า ปัญญาชน 

พูดถึงหนังสือปัญญาชนสยาม ซึ่งเก็บความจากข้อเขียนของ เฮอเบิร์ต ฟิลิปส์

ลอกคราบปัญญาชนฝรั่ง เก็บความมาจากเรื่อง Intellctuals ของ พอล จอห์นสัน

พูดถึงชื่อของคนที่เป็นปัญญาชน เยอะมากเลย ซึ่งไม่รู้จักเลยครับ เดี๋ยวจะค่อย ๆไล่อ่านละกัน

  • Raymond Aron(1905-1983)
  • Albert Camus(1913-1960)
  • Emile Zola(1840-1902)
  • Vaclav Havel(1936-)
  • Karl Kraus(1874-1936)
  • Margaret Buber Neumann(1901-1989)
  • Alva Myrdal(1902-1986)
  • Sidney Hook(1902-1989)
ปัญญาชนฝ่ายซ้ายที่ถือกันว่าเป็นหัวก้าวหน้า เช่น
  • Jean-Paul Sartre (1905-1980)
  • Michel Foucault(1926-1984)
  • Gunter Grass(1927-)
  • Susan Sontag(1933-2004)
  • George Orwell(1903-1950)

หลังจากนั้นก็ยังมี
  • Primo Levi(1919-1987)
  • Manos Sperber ซึ่งกล่าวว่าถูกลืมไปอย่างน่าเสียดายนัก ทั้ง ๆที่ข้อเขียนของเขาแสดงออกซึ่งความเป็นปัญญาชนชาวยิวอย่างสำคัญ
  • Arthur Koestler(1905-1983) กับงานเขียนที่สมัยหนึ่งนักศึกษาแทบทุกมหาวิทยาลัยในโลกตะวันตกต้องอ่าน คือ "Darkness at noon" ซึ่งหนังสือเรื่องนี้อีกศตวรรษได้นำมาบรรยายไว้ในเรื่อง The God That Failed
หนังสืออัตชีวประวัติของ Hans Kung โดยเฉพาะเล่ม 2 Disputed Truth: Memoirs II

    กล่าวถึงเมื่อก่อน พ.ศ. 2510 เฮอเบิร์ต ฟิลิปส์ ได้ทำงาน วิจัยเรื่อง Intellectuals  ซึ่งได้สรุป ว่าคนไทยสมัยนั้นส่วนใหญ่แล้วเป็น Literati ดังนี้ 8 อันดับ
  1. ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช (หม่อมลิ้นตะไกร)
  2. วศิษฐ์ เดชกุญชร (ตำรวจเชิงซ้อน)
  3. เสนีย์ เสาวพงษ์ (ศิลปินผู้ลังเล)
  4. พระยาอนุมานราชธน (สารานุกรมเดินได้)
  5. รงค์ วงศ์สวรรค์ (ศิลปินหนุ่ม)
  6. สุลักษณ์ ศิวรักษ์ (บ.ก. ผู้กร้าวร้าว)
  7. ป๋วย อึ๊งภากรณ์ (ผู้ชำนาญงานที่ซื่อสัตย์)
  8. พุทธทาสภิกขุ (พระที่แท้)
     หลังจากนั้น สังคมศาสตร์ปริทัศน์ และ ปริทัศน์เสวนา กับศึกษิตเสวนา ได้เป็นเวทีให้เกิดปัญญาชนรุ่น ถัด ๆมา ถ้าเลือกเอา 10 ชื่อตามแบบอย่าง ฟิลิปส์ ก็ได้ 
  1. ปยุตฺโตภิกขุ
  2. เสกสรรค์ ประเสริฐกุล
  3. นิธิ เอียวศรีวงส์
  4. พระไพศาล วิสาโล
  5. ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
  6. รังสรรค์ ธนะพรพันธ์ุ
  7. เกษียร เตชะพีระ
  8. ธงชัย วนิจกุล
  9. ชัยวัฒน์ และ สุวรรณา สถาอานันท์
  10. ผาสุก พงษ์ไพจิตร 
   นอกจากที่กล่าวมาแล้ว  อาจารย์ สุลักษณ์ยังเพิ่มเติมอีกว่าในมุมมองของอาจารย์คนเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นปัญญาชนเช่นกันคือ 
  1. เก่งกิจ กิติเรียงลาภ
  2. จรัญ โฆษณานันท์
  3. จรัล ดิษฐาอภิชัย
  4. ฉัตรทิพย์ นาถสุภา
  5. ชาตรี ประกิตนนทการ
  6. ไชยันต์ ไชยพร
  7. ไชยันต์ รัชชกูล
  8. บุญส่ง ชัยสิงห์กานานนท์
  9. สมชาย ปรีชาศิลปกุล
  10. ประภาส ปิ่นตบแต่ง
  11. พฤกษ์ เถาถวิล
  12. มาร์ค ตามไท
  13. ยุกติ มุกดาวิจิตร
  14. วราภรณ์ สามโกเศศ
  15. เวียงรัตน์ เนติโพธิ์
  16. ศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์
  17. สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ
  18. สุธี ประศาสน์เศรษฐ์
  19. สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล
  20. สุริชัย หวันแก้ว
  21. อุบลรัตน์ ศิริยุวศักดิ์
  22. อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์
  23. อลิสา หะสาเมาะ
      ในภาคผนวกได้กล่าวถึงกรณี L' Affaire Dreyfus ซึ่งก่อให้เกิดหนังสือออกมาเป็น
หนังสือนิยายชื่อ Vesite โดย Emile Zola
Anatole France เอาไปเขียนเป็นเรื่อง M. Begeret a Paris 
Roger Martin du Gard เขียนเรื่อง Jean Barois 
Lavedan or Donnay เขียนเป็นบทละคร
Proust เขียนไว้ในเล่มแรก ๆของนวนิยายของเขา A la recherche´du temps per du


หนังสือของ George Orwell เกี่ยวกับการปฏวัติที่ สเปน ที่ชื่อว่า Homage to Catalonia

หนังสือของ Auden (ออเดน) ซึ่งมีกล่าวในหนังสือ ปัญญาชนกับอนาคตสังคมไทย

หนังสือเล่มต่อไปคือ ความเรียงเรื่องเพื่อน
ซึ่งได้เกริ่นไว้ว่า แรงดลใจในการเขียนข้อความนี้มีมาจาก หิโตปเทศ อันเป็นของพราหมณ์

มีการกล่าวถึงหนังสือ Symposium 


หนังสือเล่มต่อมา คือสอนสังฆราช

หนังสือ นวโกวาท

หนังสือ วินัยมุข

Constitution of the Buddhist Sangha by Kanai Lal Hazra 

Buddhist Monks and Monasteries of India by Sukumar Dutt 

ให้ลองอ่านเรื่อง วิวาทะระหว่างท่านพุทธทาสกับ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช

The Wealth of Nation by Adam smith

The Pilgrimage of Buddhism by J.R. Pratt 

Buddhist Economics ของ ชูมาร์กเกอร์

และ Small is Beauty ของ ชูมาร์กเกอร์

เศรษฐศาสตร์แนวพุทธ โดย พระเทพเทวี(ประยุทธ์ ปยุตโต)

ไผ่แดง ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช อ้างว่า ได้เอาอย่าง ดอน คามิโล

ให้ลองอ่านงานของ แลแซแฟร์

The Stages of Economics Growth : A Non-Communist Manifesto by W.W. Rostow)

หนังสือ พุทธศาสนวงศ์ ของ สมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศ



อุดมศึกษาเพื่อความเป็นไท:โยงหัวสมอง และหัวใจให้เป็นหนึ่งเดียวกัน

Education for Liberation ของ Adam Curle แปลออกเป็นภาษาไทยแล้ว ชื่อ การศึกษาเพื่อความเป็นไท โดย นายวิศิษฐ์ วังวิญญู

Religion and Education by John B. Cobb. jr

University Idolatries by John B. Cobb. jr

Envisioning a Fift Model by John B. Cobb. jr

Buddhist Education ของ พระธรรมปิฏก(ประยุทธ์ ปยุตฺโต)

Radical Conservatism: Buddhism in The Contemporary World

Principia of Methematica อัลเฟรด นอร์ื ไวท์เฮด

ยี อี มัวร์​ เขียนเรื่อง Principia Ethica

Wittgenstein, Avrum Stroll, OneWorld Publication 2002

ความเข้าใจในเรื่องของมหายาน ของ ส. ศิวรักษ์

หฤทัยสูตร

ความเข้าใจในเรื่องวิญญาณวาท ของ ท่าน นัทฮันห์

มรรควิธีแห่งการฝึกตน ของ ทะไลลามะ

วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2558

หลังจากหายไปนาน

   หลังจากหายไปนาน นานมาก จนจำไม่ได้ว่านานแค่ไหน ขี้เกียจนั่งดูเวลาที่หายไป ช่วงที่ผ่านมาต้องทำหลาย ๆ อย่างที่สำคัญ (คือเรียนให้จบก่อน) เลยไม่ค่อยได้มีเวลามาพิมพ์ หนังสือก็อ่านน้อยลง ตอนนี้พอกลับมา แล้ว กำลังมีไฟเริ่มอ่านหนังสือใหม่ หนังสือที่จะมาอ่านตอนนี้ออกจะเป็นแนวธุรกิจ เลยครับ เพราะว่าเป้าหมาย ของผม คืออยากทำ Passive Income เพื่อที่จะได้มีเวลาทำความฝันในอนาคตมากขึ้น ช่วงนี้ที่กลับมาอ่าน ขอเริ่มจากหนังสือของ คุณ บัณฑิต อึ้งรังษี ชื่อหนังสือ "เกิดมาเพื่อชนะ"


ซึ่งภายในหนังสือเล่มนี้ได้แนะนำหนังสือใหม่ ที่ผมสนใจคือ
 The E-myth ของ Michael E. Gerber 
     ซึ่ง idea ของหนังสือเล่มนี้ คุณ บัณฑิต กล่าวว่า 
           หน้าที่ของคุณ คือสร้างระบบ ไม่ใช่ไปทำงานในระบบนั้นเอง ไม่งั้นจะกลายเป็น... คุณซื้องานให้ตัวเองทำ ตอนแรกอยากเป็น "เจ้านายตัวเอง" แต่ต้องกลายมาเป็น "ทาสของระบบตัวเอง" นั้น หยุดทำงานไม่ได้ ไม่ใช่เป็นเจ้าของธุรกิจ


หนังสือ The psychology of winning ของ Dr. Dennis Waitley

หนังสือ The science of being great ของ  Wallace Wattles

หนังสือ Success Through a Positive Mental Attitude ของ W. Clement Stone & Napoleon Hill

หนังสือ  Wisdom of the ages ของ Wayne W.Dyer

หนังสือ You were born rich ของ Bob proctor


หนังสือของ Tom Peters เกี่ยวกับ Personal branding


         หลังจากอ่าน "เกิดมาเพื่อชนะ" จบแล้วก็ต่อกันที่หนังสืออีกเล่มของคุณบัณฑิต เลยละกัน 
ชื่อหนังสือ "สำเร็จก่อนใคร" ซึ่งผมสังเกตุว่า เป็นเล่มที่ 3 ในกลุ่มของหนังสือโชคดีของคุณบัณฑิต แต่ผมไม่มีสองเล่มแรก ไม่เป็นไรขออ่านเล่มนี้ไปก่อนละกัน

อ่าน ๆมาก็เจอ แนะนำ T. Harv Eker ซึ่งเป็นคนเขียน "Secret of Millionaire Mind"





แนะนำ Website  "www.chagethis.com" 

BLOG "Zen habits" ของ Leo Babauta 

เดี๋ยวต้องมาอ่านต่อ วันนี้ไมไ่ด้พกหนักงสือ ของ คุณบัณฑิต มา  ไม่มีอะไรอ่าน เลยต้องหาหนังสือ อ่าน พิดี ไปได้หนังสือ ที่บื่ อ

"How to be a brilliant Thinker" ของ Paul Sloane มา ครับ สนใจ ที่ชื่อหนังสือ ซึ่งพอเริ่มอ่านก็น่าสนใจมาก 


และเค้าได้พูดถึงหนังสือ ที่ชื่อ

Why didn't I think of that? ของ Charles McCoy 


Irrationality ของ Stuart Sutherland


น่าสนใจมากเลย เดี๋ยวค่อยหามาอ่าน ห้า ๆๆ


Hare Brain Tortoise Mind ของ Guy Claxton


Perplexing altered Thinking Puzzles



วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

เปลี่ยนยุค...อีกแล้ว

    เป็นเวลาพอสมควรที่ไม่ได้เข้ามา update blog เลย เนื่องจาก มัวแต่ทำอย่างอื่น เลยไม่มี เวลาเข้ามาพิมพ์อะไรเพิ่มเลย ล่าสุดที่ update ไว้ที่จำได้คือ หนังสือ เรื่อง Blessed unrest ซึ่ง ทุกวันนี้ก็ยังไม่ได้กลับไปอ่านเลย ไม่รู้ทำไมมันไม่ดึงดูด ให้ผมอ่าน
    ช่วงหลัง ๆ มานี้ อ่านหนังสือทุนนิยม เยอะมากเลย  ซึ่งในช่วงที่หายไปผมก็ยังคงอ่านหนังสืออยู่บ้าง แต่มักจะเป็นหนังสือ แนว self improvement ซึ่งตอนนี้พยายามจะไล่ลำดับหนังสือช่วงที่หายไป คิดว่าคงมีตกหล่นไปบ้าง แต่ก็ดีกว่าปล่อยนานไปอีก เดี๋ยวจะลืม

ซึ่งช่วงที่ผ่านมาจำได้ว่าเล่มแรกที่อ่าน เป็นหนังสือ ของคุณ บัณฑิต อึ้งรังษี เรื่อง เก่งภาษา 50 ล้าน

  ซึ่งภายในหนังสือทำให้ผมได้พบหนังสืออีกหลาย เล่มไม่ว่าจะเป็นนักเขียน หรือผู้ที่มีชื่อเสียง มั้งครับ เอาไว้จะไปอ่านแล้วมาพิมพ์ไว้ใหม่ จำไม่ได้ แล้ว อ่ะ จากนั้น เหมือนเล่มต่อมาที่อ่านจะเป็น หนังสือของคุณบัณฑิต เช่นกัน เนื่องจากวันนั้น จริง ๆแล้ว ผมกำลังตามหาหนังสือที่ชื่อ เจาะจุดแข็ง

ซึ่งไม่เจอครับ คือหาไม่ได้ เลยได้หนังสือของคุณ บัณฑิต อีกเล่มมาแทน คือหนังสือ The new rich

เห็นคำว่า New rich แล้วทำให้ผมนึกขึ้นมาได้ว่า ผมน่าจะอ่านหนังสือของคุณ บัณฑิต แล้วพบกับหนังสือเล่มหนึ่งที่ ชื่อ ว่า 4 hour work week


ซึ่งเล่มนี้ก็ได้มาจาก Asia book พร้อม ๆกับ Now, discover your strength ซึ่งเป็นเล่มต้นฉบับ ของเจาะจุดแข็ง

นอกจากนั้นแล้วก็ยังได้หนังสือ งานไม่ประจำทำเงินกว่า

ซึ่งนอกจากนั้นแล้ว หลังหนังสือ The new rich ของคุณบัณฑิต มีการแนะนำหนังสือ ของ 
คุณ รวิโรจน์ อินพลเสถียร ชื่อ ปั๊มเงิน ด้วยอสังหาฯ ไว้ใช้ตลอดชาติ ซึ่ง ตอนนั้นผมก็ add line กับ facebook ไปครับ ถึงได้รู้ว่าหนังสือยังไม่จำหน่าย แต่อีกไม่กี่วันต่อมา ผมก็ได้ไปซื้อที่ se-ed เพื่อเอามาอ่าน เป็นหนังสือที่ อ่านง่ายมากเลยครับ ถึงตอนนี้ผมก็ยิ่งสนใจ อสังหาเลย ทีนี้ยุคเปลี่ยนเลย 

หลังจากเล่มดังกล่าว ผมก็อ่าน อีกหลายเล่มเลย ครับ จำไม่ค่อยได้ อ่านหนังสือ เปลี่ยนไปเปลี่ยน มา ตอนนี้ ที่อ่านอยู่ คือ  "The Evelyn Wood Seven-Day Speed Reading and Learning Program" น่าจะได้เล่มนี้มาจากหนังสือคุณบัณฑิต เช่นกัน ครับ ซึ่งผมว่ามันจำเป็นเนื่องจาก ผมเอง มองว่าหนังสือในโลกนี้มีมากมายก่ายกอง ถ้าอ่านแบบทุกวันนี้ที่ผมอ่าน คงไม่ถึงไหน แน่ ๆเลยครับ เลย อยากจะพัฒนา แต่เอาจริง พอลอง ทำแบบทดสอบ พบเลยว่า ผมอ่านช้า มาก อาจจะเป็นปัญหาที่ยังอ่านภาษาอังกฤษไม่ แม่น จริง ๆครับ 

  ก่อนหน้าเล่มนี้ขอลงหนังสือ พวกอสังฯ ไว้บ้างเดี๋ยวลืม ครับ อ่านของ คุณ จักรพงศ์ เมษพันธุ์  เรื่อง "เกมเศรษฐี ลงทุนให้รวย ด้วยอสังหาริมทรัพย์" นอกจากนั้นแล้ว ยังมี

"รวยด้วยอสังหาฯ โดยไม่ต้องใช้เงินสักบาท" ของ คุณ พิชัย จาวลา  

สองเล่มที่ว่านี้อ่านแล้ว ได้แนวคิดที่ดีมาก แต่ผมเองพึ่งเริ่มต้น เลยไม่สามารถจะสรุปเป็นของตัวเองได้ครับ จะว่าไปคิดถึงหนังสือ อสังฯ​ที่เคยอ่านก่อนหน้านี้ แล้วทำให้มีไฟ เป็นนักเขียน มาเลเซีย จำชื่อหนังสือไม่ได้ เดี๋ยวกลับไปหา แล้วค่อยเอารูปมาแปะครับ  --> เจอแล้วครับ ชื่อหนังสือ 
"เก็งอสังหาฯ ลงแค่หมื่น คืนเป็นล้าน"


จริง ๆก็มีหนังสือ อสังหาฯ ของต่างประเทศ ที่กำลังอ่านอยู่ คือ The road to wealth ของ Robert Allen

ซึ่งนอกจากเล่มนี้แล้วก็มีเล่มอื่น ๆเหมือนกันครับ ที่รออ่านต่อ ไว้คือ
SEE YOU A THE TOP ของ Zig ziglar


 The Real book of Real estate ของ Robert kiyosaki

พิมพ์ไป ๆมา ๆคิดขึ้นมาได้ว่า เล่มนี้ก็อ่านไปแล้วครับ อ่านแล้วได้กำลังใจดีมากเลยครับ คือ
"สร้าง ล้านแรกต้องแหกกฎ ของคุณ​ภาวิทย์​ และดร. ต้อง "

ตอนนี้ขอ แปะ ๆไว้เท่านี้ก่อนครับ ช่วงนี้อ่านแต่หนังสือธุรกิจ อ่านไปก็งง ไปไม่รู้จะไปทางไหน อยากได้ ชีวิต Passive แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง สงสัยคงต้องตามหาต่อไปครับ 

ลืม อีกเล้มที่อ่าน คือ 











วันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

[อ่าน] พูดความจริงกับผู้มีอำนาจ


  หลังจากอ่าน สรรพสาระ สำหรับผู้แสวงหาจบ ก็อ่าน หนังสือ อ่านคน-ไทย ต่อ ซึ่งเป็นหนังสือที่ตีพิมพ์ในโครงการประมวลงานเขียนของ ส. ศิวรักษ์ ในวาระ ๗ ทศวรรษ - ๖ รอบนักษัตร 
ซึ่งระหว่างที่อ่านก็ได้เห็นมุมมองของ อ. สุลักษณ์ ต่อบุคคลต่าง ๆ ซึ่งจะว่าไปแล้วผมแทบไม่รู้จักเลย อาจจะเคยได้ยินชื่อบ้าง แต่ก็ไม่สามารถอธิบายอะไรเพิ่มเติมไปมากกว่าชื่อที่เคยได้ยิน จึงทำให้ผมได้เรียนรู้เรื่องราว ของคนในอดีตเพิ่มขึ้นอย่างมาก
   แต่อย่างไรก็ตามหนังสือเล่มดังกล่าว เป็นการอ่านคน หรือเป็นการเล่าเรื่องคนอย่างย่อ ๆ พอผมเริ่มอ่านไปซักพักแล้วมันเริ่มเบื่อ ไม่สามารถอ่านต่อจนจบในทีเดียวได้ จึงได้พัก หนังสือเล่มดังกล่าวเพื่อมาอ่านหนังสือ แนวที่ต่างออกมา ซึ่งจริง ๆแล้วก็มีหนังสือของผู้เขียนท่านอื่น แต่เนื่องจาก หนังสือของอาจารย์ ส. ศิวรักษ์ ที่ผมมีอยู่นั้น ค่อนข้างมากที่เดียว จึงอยากจะรีบอ่านของอาจารย์ให้มากก่อน อย่างน้อยจะได้รู้สึกว่าพร่องไปบ้าง จึงมาหยุดที่หนังสือ เล่มนี้ พูดความจริงกับผู้มีอำนาจ 

    เปิดมาคำนำสำนักพิมพ์ ก็ได้แนะนำหนังสือมากมายเลยทีเดียว เริ่มจาก

เสียงจากแดนไกล(กรุงเทพฯ: เคล็ดไทย, 2536) 

ผจญมาร รสช.(กรุงเทพฯ: สถาบันสันติประชาธรรม, 2538)

พิพากษาสังคมไทย พิพากษา ส. ศิวรักษ์: คู่มือการดำเนินคดีอาญาลักษณะความผิดฐานหมิ่นพระบรม
เดชานุภาพ และหมิ่นประมาท (กรุงเทพฯ: สถาบันสันติประชาธรรม, 2539) 

คนนอกคุก ทำไมข้าพเจ้าไม่สยบยอม รสช. ภาค ๑ และ๒ (กรุงเทพฯ: ศึกษิตสยาม, 2540)

ด้านใน ส.ศิวรักษ์

๑๐ ปัญญาชนสยาม เล่ม ๒ ปัญญาชนหลังการปฏิวัติ ๒๕๔๗ 

บาเรนต์ ยาน แทร์วิล, "เกิดอะไรขึ้นที่หนองสาหร่าย: เปรียบเทียบหลักฐานท้องถิ่น และหลักฐานยุโรปที่กล่าวถึง ช่วงคริสต์ศตวรรษที่ ๑๖ ในสยาม" แปลโดย ณัฐนพ พลาหาญ ใน ปาจารยสาร(ปีที่ ๓๘ ฉบับที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๕๖-๒๕๕๗) หน้า 52-79

http://chaoprayanews.com/blog/canthai/2014/10/13/ส-ศิวลักษณ์กระทำความผิด/

http://www.prachatai.com/english/node/4416

John Ralston Saul, Voltaire's Bastards: The Dictatorship of Reason in the west(New York. Free Press: Maxwell Macmillan International, 1992) 

Oscar Douglas Skelton, Life and Letters of Sir Wilfrid Laurier, Vol 1 (Oxford University Press) 

The Doubters Companion: A dictionary of aggressive common sense(Free Press, 2013)

ปรีดี พนมยงค์. คณะราษฎรกับการอภิวัฒน์ประชาธิปไตย 24 มิถุนายน: ความเป็นมาของศัพท์ไทย "ปฏิวัติ, รัฐประหาร, วิวัฒน์, อภิวัฒน์" พิมพ์ครั้งที่ ๒ (กรุงเทพฯ: แม่คำผาง , 2553)

ส. ศิวรักษ์. เจ้าพระยายมราชคนสุดท้าย: ศึกษาเชิงเปรียบเทียบ ใน หัวไม่เป็นตีน (กรุงเทพ: ศึกษิตสยาม, 2535)

ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ, "ข้อเสนอของฮัจญีสุหลง และท่านปรีดี พนมยงค์ ต่อการปกครองพิเศษในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้" ใน ประวัติศาสตร์วิพากษ์:สยามไทย กับปาตานี(กรุงเทพฯ: มติชน, 2556)

ถาวร สิกขโกศล. แซ่เซียว (กรุงเทพฯ: ม.ป.พ., 2545)
ซึ่งเล่มล่าสุด คือ เทศกาลจีน และการเซ่นไหว้(กรุงเทพฯ: มติชน, 2557)

ส.ศ.ษ. ไปเมืองจีนคราวแรก พ.ศ.2522 จนเมื่อไปแผ่นดินใหญ่ครั้วที่ 6 จึงได้เขียน ขอดเกร็ดมังกร(กรุงเทพฯ: เคล็ดไทย, 2537) 

ฉัตรทิพย์ นาถสุภา, เพื่อชาติ เพื่อ Humanity:ภารกิจของวีรบุรุษเสรีไทย จำกัด พลางกูร ในการเจรจากับสัมพันธมิตร(กรุงเทพฯ:สร้างสรรค์, 2549)

Prisoner of the States: The Secret Journal of Premier Zhao Ziyang by Zhao Ziyang(2009) 
สำหรับภาษาไทย หาอ่านได้ใน จ้าวจื่อหยาง บันทึกลับจ้าวจื่อหยาง: เบื้องหลังเหตุการณ์นองเลือดเทียนอันเหมิน. แปลโดย สิทธิพล เครือรัติกาล และคณะ(กรุงเทพฯ: มติชน, 2552)

The prince ของ มาคิอาเวลลี ภาษาไทย คือ มาคิอาเวลลี. เจ้าผู้ปกครอง. แปลโดย สมบัติ จันทรวงศ์(กรุงเทพฯ:คบไฟ, 2551)

อรรถศาสตร์ ของ เกาติลิยะ

เรียนวิชา Literae Humaniores

The Decline and Fall of The Roman Empire

ตำนานการเลิกหวย และอากรบ่อนเบี้ย นิพนธ์โดย กรมพระยาดำรงราชานุภาพ

Anthony Everitt ได้แต่งประวัติของ Cicero ไว้

Tony Judt เป็นปัญญาชน ที่น่าสนใจผลงาน

ป๋วย อึ๊งภากรณ์ : ทัศนะว่าด้วยการเมือง และจริยธรรม(กรุงเทพฯ : มูลนิธิโกมลคีมทอง, 2545)

Seizing An Alternative:Toward An Ecological Civilization

รังสรรค์ ธนะพรพันธุ์, เศรษฐศาสตร์ของชาวพุทธ(กรุงเทพฯ:มูลนิธิโกมลคีมทอง, 2517) 

จิ๋วแต่แจ๋ว :เศรษฐศาสตร์เชิงพุทธ, พิมพ์ครั้งที่ 4 (กรุงเทพฯ:สมิต , 2557) 

William Stevenson" The Revolutionary King: The True-life Sequel to "The King and I"(Robinson Publishing 2001)

กองบรรณาธิการ, "สัมภาษณ์ชาตรี ประกิตนนทการ: ศาลฎีกากับความพยายามทำลายล้างความทรงจำคณะราษฎร ของรัฐไทย" ใน ปาจารยสาร(ปีที่ ๓๗ ฉบับที่ ๑ มีนาคม-พฤษภาคม ๒๕๕๖) หน้า 45-57

อดัม เคิร์ล. การศึกษาเพื่อความเป็นไท. แปลโดย วิศิษฐ์ วังวิญญู (กรุงเทพ:มูลนิธิเด็ก, 2546)

Dialogue Concerning the Two Chief World System(Ptolemic and Copenican) ของ กาลิเลโอ

Bruce Rich. To Uphold The World: The message of Ashoka and Kautilya for the 21th Century(Penguin Books India, 2008) 
แปลเป็นไทย ชื่อว่า การธำรงโลกไว้ โดยอาศัยสาระจากพระเจ้าอโศก และเกาติละยะในคริสต์ศตวรรษที่ ๒๑

ส. ศิวรักษ์. ความเข้าใจเรื่องพระเจ้าอโศก และอโศกาวทาน(กรุงเทพฯ:ศูนย์ไทยธิเบต, 2552)

Sulak Sivaraksa. The Wisdom of Sustainbility : Buddhist Economics for the 21th Century. Edited by Arnold Kotler and Nicholas Bennett(Kihei Hawai'l: Kao Books; Chiang Mai, Thailand : Silkworm Books, 2009)

สุรพศ ทวีศักดิ์. ไตรทัศน์วิจารณ์: ความคิดว่าด้วยพุทธศาสนา สถาบัน กษัตริย์ และประชาธิปไตย ของ ส. ศิวรักษ์ (กรุงเทพฯ: สยามปริทัศน์, 2557)

ส. ศิวรักษ์, "คนกับงาน: สัมภาษณ์พระยาอุดรธานี" ใน หกปีจากปริทัศน์ (กรุงเทพฯ:ศยาม, 2551)

มีการพูดถึง Carr และ Howard Zin 

แนวคิดที่คนไทยอพยพมาจากเทือกเขาอัลไตมาจาก หลวงวิจิตรวาทการ แนวคิดที่ว่าคนไทยอพยพจากเทือกเขานั้นลงมาเรื่อย ๆเพราะไปอ่านหนังสือของ นาย William Clifton Dodd 

สี่แผ่นดิน ของ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช

งานเขียนของ James Prinsep

เรื่องของหลักศิลาจารึกต้องตามไปดูงานของ ยอช เซเดส์ (George Coed e`s ) และ William J. Gedney

ประวัติศาสตร์ที่ Oliver Stone กับ Peter Kuznick เขียน ประวัติศาสตร์ อเมริกันซึ่งคนอเมริกันไม่อยากรู้ (The Untold History of the United States) 

เตลงพ่าย ของ สมเด็จพระปรมานุชิตฯ

Journal of Siam Society ปี 57 

นิบาตชาดก

ปัญญาสชาดก

รามายณะ

มหาภารยตยุทธ มหาภารตะ รวมไปถึง ภควัทคีตา

นายป๋วย อึ๊งภากรณ์ ผู้ใหญ่ที่ไม่กะล่อน

นายปรีดี พนมยงค์ ตามทัศนะ ส. ศิวรักษ์

จากครรภ์มารดาถึงเชิงตะกอน ของ ป๋วย อี๊งภากรณ์ 

จดหมายจากนายเข้ม เย็นยิ่ง ถึงผู้ใหญ่บ้าน ทำนุ เกียรติก้อง ของ ป๋วย อึ๊งภากรณ์

ทะไลลามะ และ วิกเตอร์ ชาน, ปัญญาญาณแห่งการอภัย, แปลโดยสายพิณ กุลกนกวรรณ ฮัมดานี(กรุงเทพฯ : สวนเงินมีมา,  2551)

พูดถึง Eric Hobsbawn

E.P. Thompson เขียน The Making of the English Working Class

The Idian Ideology  โดย Perry Anderson

http://democracyranking.org/?page_id=738#prettyPhoto

นี่คงเป็นหนังสือที่ได้มาจากหนังสือ "พูดความจริงกับผู้มีอำนาจ" อาจจะไม่ทั้งหมดเพราะผมก็ข้ามบางเล่มไปบ้าง แต่ก็เป็นเล่มที่ผมมี แล้ว หรืออ่านแล้วบ้าง อย่างไรก็ตามผมคงจะกลับมาหาหน้าปกใส่ให้ข้อความด้านบน แต่เนื่องจากหนังสือที่มากมายก่ายกอง จึงขอ ทำบันทึกคร่าว ๆไว้ก่อน