วันพฤหัสบดีที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

[อ่าน] บันทึกความรู้ต่าง ๑ ~ เกริ่น

มีเงินแต่ไม่มีสุขก็มี

ไม่มีเงินแต่มีสุขก็มี

ทั้งนี้เพราะเงินเป็นเพียงปัจจัยให้เข้าถึงสุข

หาใช่เป็นจุดหมายปลายทางของชีวิต คือความสุขอันแท้จริงไม่

คนอาจเข้าถึงจุดหมายปลายทางของชีวิต

ไม่ใช่แต่มีเงินทางเดียว 

อาจเข้าถึงได้ทางอื่นก็มี

.
.
.

เมื่อใด นึกว่ารู้ เมื่อนั้นก็ยังไม่รู้

เมื่อใดนึกว่ายังไม่รู้ เมื่อนั้นก็คือรู้

.
.
.

ความรู้ ถ้ากล่าวกว้าง ๆ มีสองอย่าง 

คือรู้ดี และรู้ชั่ว

ต้องรู้ทั้งสองอย่างถึงจะเอาตัวรอดได้

ที่ต้องรู้ชั่วด้วย ก็เพื่อว่ามันมากล้ำกรายเข้ามาจะได้รู้ตัวทัน

ผลักไสให้พ้นไปทันท่วงที

.
.
.

ผู้ที่เคราห์ดี คือผู้ที่พบมิตรที่เหมาะในโอกาสที่เหมาะ 

และผู้ที่พบศัตรูที่เหมาะในโอกาสที่เหมาะ

.
.
.

ถ้าต้องการทราบสิ่งใดให้ถ่องแท้

เราต้องที่ที่มา และการเจริญเติบโตของสิ่งนั้น

.
.
.

หนังสือ ถึงหญิงใหญ่ และความทรงจำ ของสมเด็จกรมพระยาดำรงราชาฯ

.
.
.

ชุมนุมนิพนธ์ ของกรมหมื่นพิทยลาภพฤติยากร

.
.
.

หนังสือชุดประเพณีไทย ของ พระยาอนุมานราชธน

.
.
.

หนังสือชุด วรรณไวทยากร 

.
.
.

หนังสือ รักเมืองไทย

.
.
.

หนังสือ พระประวัติและงานศิลปะของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ
เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ฉบับได้รับรางวัลชมเชย (พ.ศ. ๒๕๑๑)

.
.
.

สัมภาษณ์เสฐียรโกเศศของข้าพเจ้า (พ.ศ. ๒๕๑๒)

.
.
.

ที่หอจดหมายเหตุแห่งชาติมีลายพระหัตถ์สมเด็จกรมพระยาดำรงฯ 
ทรงมีโต้ตอบกับสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ วัดเทพศิรินทร์

.
.
.

หนังสือ ให้พระยาอนุมานฯ

.
.
.

หนังสือ สาส์นสมเด็จ

.
.
.

ประวัติพระยาอนุมานราชธน มีหลายเล่ม เช่น

ฟื้นความหลัง

อัตชีวประวัติ และสัมภาษณ์เสฐียรโกเศศ

.
.
.



วันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

[อ่าน] BRAVO

เป็น เล่มที่ 10  ในชุด

edutainment essay

ของ อาจารย์ วรากรณ์​ สามโกเศศ


มีทั้งหมด 34 บท


MARGARET THATCHER:แม่มดหรือนางฟ้า

ถ้าสนใจก็ต้องอ่าหนังสือชีวประวัติ หรือว่า หางานของ Margaret อ่าน



MUSIC OF THE HEART

แนะนำให้ดูหนังเรื่อง Music of the heart



แฮกเกอร์ ผู้มีหลักการ

ลองดูประวัติของ Aaron Swartz T_T ขอเชิดชูเฮียนะครับ

ก่อตั้ง Reddit

ทำ Open Library หา Library of congress

หลัง ๆทำงานปรัชญา ไม่รู้ทิ้งอะไรไว้ยังไม่ได้หา



หลักความยุติธรรมจาก MICHAEL SANDEL

ดู Clip การสอน online ของ Michael Sandel ที่ Harvard U 

แนะนำหนังสือ มาสองเล่ม

Justice: What's the right thing to do?

Justice: A Reader

การบรรยาย เรื่อง A new citizenship ของ The reith lectures

งานสำคัญของ John Rawls หนังสือชื่อ A Theory of Justice(1971)

หลัก Veil of Ignorance



บิดาของวิชา CLIOMETRICS

งานของ Robert Fogel 

หนังสือ Time on the cross: The Economics of American Negro Slavery(1974)




ZARGANAR ผู้ยอมแลกคุกกับการได้เล่าเรื่องตลก

งานของ Maung Thura ***




6 กรอบคิดของการมีศีลธรรม

Lawrence Kohlberg นักจิตวิทยาชาวอเมริกัน-ยิว

การศึกษา Moral Development

Theory of stages of moral development

งานของ Lawrence เกี่ยวข้องกับงาน

Theory of cognitive development ของ Jean Piaget




KHASHOGGI กับความรวยชั่วคราว

Adnan Khashoggi


THE FALLING MAN จาก 9/11

R.I.P



คำพูดโดนใจจากคนวัย 83

Bill Cosby กับการ Speak Their Mind

บทความ I'm 83 and Tired




ความสามารถในการจัดการและชีวิต

ความสำคัญของ Management

Zheng He

หนังสือที่สอดแทรกการจัดการ

พระไตรปิฎก, รามเกียรติ์, มหาภารตะ, สามก๊ก, ตำราพิชัยสงคราม

The Wealth of nation

หนังสือการจัดการเล่มแรก ๆ

Science of Management ของ Henry R. Towne

บุคคลสำคัญ Peter Drucker 

Concept of organisation 

แต่ตำราเล่มแรกนั้นตีพิมพ์ โดย J. Duncan




เชื่อมั่นในความสำคัญของตัวเอง

S E L F   -   E S T E E M



การบ้านนั้นสำคัญหรือ

นั่นสินะ




INFOGRAPHICS ช่วยการเรียนรู้

infer.am

Piktochart

Easel.ly




ครูเรฟแนะครูไทย

Rafe Esquit แห่ง Hobart Boulevard Elementary School

เขียนหนังสือดังระดับโลกชื่อ Teach Like Your Hair's On Fire




จงลดจำนวนโรงเรียนขนาดเล็ก



เงินสดอุดหนุนเด็กขาดแคลน

หนังสือ From Neurons to Neighbourhoods





"ความไม่ได้เรื่อง" ซ่อนอยู่ในตัวเลข

Gerolamo Cardano


Pierre De Fermat

Blaise Pascal




อย่าไว้ใจตัวเลขการเติบโตเศรษฐกิจ


อิทธิพลของ "คนเมืองเสมือน"



เดิน เดิน เดิน จะช้าอยู่ไย



การพนันหรือการเสี่ยงโชค



แง่คิดเกี่ยวกับการดื่มของมึนเมา

The Odd Body และ The Odd Brain ของ Stephen Juan


Drunken Monkey Hypothesis


E-CIGARRETTE

Personal Vaporiser


Herbert A.Gilbert

Hon Lik



สีนั้นสำคัญไฉน

ไฟสีฟ้ากับการฆ่าตัวตาย





ความเคยชินนำสู่ความหายนะ

ราคาน้ำมัน อินโด




ทำอย่างไรกับ AUTHORITY BIAS

คนมีอำนาจพูดอะไรคนก็เชื่อ


//คิดถึง ทฤษฎีการที่คนหน้าตาดีพูดอะไรคนก็มักจะเชื่อมากกว่า คนที่หน้าตาไม่ดีเลย



ความไว้วางใจ

ความไว้วางใจเป็นนามธรรม ที่สัมผัสได้




ทองคำทำร้ายอินเดีย

การลงทุนที่ดีที่สุด คือการลงทุนตัวเอง




CARTEL ชาไม่น่าจะไปรอด

การผูกขาดในตลาดนั้นทำได้ยาก


แต่เท่าที่รู้ตลาดเพชร ยังคงทำได้ ?



KELPER-22B คือคู่แฝดโลก

Johannes Kepler




ผลิตไฟฟ้าจากพลังออสโมซิส

Akihito Tanaka แห่ง Tokyo Institute of Technology


Desalination of sea water



ระหว่างบรรทัดของประวัติศาสตร์สงครามโลก

ประวัติศาสตร์ ถ้ารู้ไม่จริง มีแต่โทษมากกว่าประโยชน์




GENERATION X, Y, Z และ ALPHA

NOT STUPID

I'm 83 and Tired by Bill Cosby



Bill Cosby "I'm 83 and Tired"

I've worked hard since I was 17. Except for when I was doing my National Service, I put in 50-hour weeks, and didn't call in sick in nearly 40 years. I made a reasonable salary, but I didn't inherit my job or my income, and I worked to get where I am. Given the economy, it looks as though retirement was a bad idea, and I'm tired. Very tired.
I'm tired of being told that I have to "spread the wealth" to people who don't have my work ethic. I'm tired of being told the government will take the money I earned, by force if necessary, and give it to people too lazy to earn it.
I'm tired of being told that Islam is a "Religion of Peace," when every day I can read dozens of stories of Muslim men killing their sisters, wives and daughters for their family "honor"; of Muslims rioting over some slight offense; Muslims murdering Christian and Jews because they aren't "believers"; Muslims burning schools for girls; Muslims stoning teenage rape victims to death for "adultery"; Muslims mutilating the genitals of little girls; all in the name of Allah, because the Qur'an and Shari'a law tells them to.
I'm tired of being told that out of "tolerance for other cultures" we must let Saudi Arabia and other Arab countries use our oil money to fund mosques and Madrasa Islamic schools to preach hate in Australia , New Zealand , UK, America and Canada , while no one from these countries are allowed to fund a church, synagogue or religious school in Saudi Arabia or any other Arab country to teach love and tolerance..
I'm tired of being told I must lower my living standard to fight global warming, which no one is allowed to debate.
I'm tired of being told that drug addicts have a disease, and I must help support and treat them, and pay for the damage they do. Did a giant germ rush out of a dark alley, grab them, and stuff white powder up their noses or stick a needle in their arm while they tried to fight it off?
I'm tired of hearing wealthy athletes, entertainers and politicians of all parties talking about innocent mistakes, stupid mistakes or youthful mistakes, when we all know they think their only mistake was getting caught. I'm tired of people with a sense of entitlement, rich or poor.
I'm really tired of people who don't take responsibility for their lives and actions. I'm tired of hearing them blame the government, or discrimination or big-whatever for their problems.
I'm also tired and fed up with seeing young men and women in their teens and early 20's be-deck themselves in tattoos and face studs, thereby making themselves unemployable and claiming money from the Government.
Yes, I'm damn tired. But I'm also glad to be 83.. Because, mostly, I'm not going to have to see the world these people are making. I'm just sorry for my granddaughter and their children. Thank God I'm on the way out and not on the way in. There is no way this will be widely publicized, unless each of us sends it on! This is your chance to make a difference.
“I’m 83 and I'm tired. If you don't agree you are part of the problem!

วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

[อ่าน] edutainment essay

ผม จำไม่ได้ว่าครั้งแรกได้ยินชื่อ อาจารย์ ตอนไหน

แต่ว่า เมื่องานสัปดาห์หนังสือที่ผ่านมาผม สะดุดกับหนังสือที่มีชื่ออาจารย์บนปก

หนังสือที่ผมเห็นเป็นหนังสือชุด มีทั้งหมด 10 เล่ม

แต่ ที่ร้านหนังสือ มีไม่ครบ ขาดเล่ม 4 กับเล่ม 10 

ผมกวาดหนังสือที่มีชื่ออาจารย์​มาทุกเล่ม และกลับมากอ่าน

หนังสือชุดเหล่านั้น ชื่อหนังสือชุด



e d u t a i n m e n t    e s s a y

ซึ่งลำดับของหนังสือ มีดังนี้


//FIRST

//BEST

//DIFFERENT

//NICHE



//TREND




หลังจากได้อ่านหนังสือของอาจารย์แล้วไม่รู้จะบรรยายยังไงเลยครับ

ทำไมอาจารย์​ถึงเขียนได้ สั้นกระชับ ได้ใจความ

ทำไมหนังสืออาจารย์น่าอ่านต่อ และติดตาม จนวางไม่ลง

ทำไมอาจารย์​มีความรู้ที่กว้าง ขวางขนาดนี้ 

ทำไมผมพึ่งรู้จักหนังสือของอาจารย์​

คือความรู้ที่อาจารย์ใส่ไว้ มันทำให้รู้สึกว่า 

ผมไม่รู้อะไรจริง ๆเลย เทียบกับสิ่งที่อาจารย์​เขียน

แล้วก็หยิบหนังสืออาจารย์อ่านต่อไป ...




คิดถึงคำพูดของ พี่โหน่ง a day เลยว่า

สำหรับคนไทยแล้ว หนังสือเปรียบเสมือนของสะสมที่มีค่า 

หนังสือของอาจารย์ วรากรณ์ สามโกเศศ เป็นหนังสือที่มีค่ามากสำหรับผม

นอกจากหนังสือแล้ว ผมก็ตาม page ของอาจารย์เพื่ออ่าน บทความที่ update




บทความด้านล่างนี้ได้มาจาก FACEBOOK ของ OLARN BOM Weranond 


วันนี้มีโอกาสได้อ่าน Line Forward บทความเรื่อง
Industry 4.0 กับ 10 ประการ
ที่ต้องเตรียมรับมือในขั้นต้นของ รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ
เมื่อ 26-28 ก.พ.2559 เห็นว่าดีจึงนำมาแบ่งปันกันครับ
อ.วรากรณ์ คือปราชญ์ด้านการคิดและการศึกษาไทย 
มีผลงานประจักษ์มากมายทั้งในภาคราชการ การเมือง และภาคเอกชน 
อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (2550)
อดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ (2534-2537)
อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ฯลฯ
โดยส่วนตัวผมติดตามงานเขียนของ อ.วรากรณ์ ตังแต่ยังเป็น
นักศึกษาคณะเศรษฐศาสตร์ ประทับใจในเรื่องการสื่อสารเรื่องวิชาการ
เป็นเรื่องง่ายๆ แบบไม่ต้องปีนบันไดฟัง
พร้อมยกตัวอย่างและประสบการณ์จริงให้ผู้คนทั้งไป สามารถเข้าใจได้ผ่านเรื่องใกล้ตัว และจุดประกายความคิดด้วยเกร็ดความรู้จากทั่วโลก
สำหรับใครที่อยากให้ลูกหลาน รวมทั้งตัวเอง มีความรู้ด้านเศรษฐศาสตร์ การเงิน โลกาภิวัฒน์ ธุรกิจ การตลาด การพัฒนาการในแวดวงต่างๆ ฯลฯ ผมแนะนำหนังสือชุด “โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี” “รู้ก่อนรวยกว่า” “แสงแดดยังมีราคา” และ บทควมประเทืองปัญญาที่นำเอามารวมเล่มเป็นซีรีย์ชุด “Edutainment Essay” First / Best / Different... จนถึง Bravo (แนบตัวอย่างมาให้ด้านท้าย เพื่อท่านใดจะไปติดตามอ่านรับรองว่าคุ้มค่าครับ)
ด้านล่างคือข้อความที่ได้รับมาผ่าน Line Forward
ที่ต้องขอขอบคุณผู้เรียบเรียง ที่สรุปออกมาได้ดี ทำให้เข้าใจเรื่อง Industry 4.0 ได้โดยง่าย
กระแสนี้กำลังเปลี่ยนแปลงโลกอุตสาหกรรมทั่วโลกและขยายไปในทุกวงการ และเริ่มเข้ามาสู่ประเทศไทยด้วยเช่นกัน หากเรารู้เทรนด์ รู้ทัน และลงมือทำ จะได้ประโยชน์มากครับ
……………………
Industry 4.0 กับ 10 ประการ
ที่ต้องเตรียมรับมือในขั้นต้นของ รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ เมื่อ 26-28 ก.พ.2559
คำในภาษาอังกฤษที่มีคนพูดถึงกันมากในปัจจุบัน คือ 
The Fourth Industrial Revolution หรือการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4
ซึ่งการปฏิวัติครั้งที่หนึ่งเกิดขึ้นใน ค.ศ. 1784 หรือ 232 ปีก่อน โดยใช้น้ำและไอน้ำเป็นพลังในการผลิต 
ครั้งที่สองในปี 1870 ใช้ไฟฟ้าในการผลิตอย่างเป็นกอบเป็นกำ
ครั้งที่สามในปี 1969 ใช้อิเล็กทรอนิกส์ อินเตอร์เน็ต เทคโนโลยีสารสนเทศ
การเปลี่ยนแปลงถึง 3 ครั้ง ในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ นำการเปลี่ยนแปลงมาสู่สังคมมนุษย์อย่างมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปฏิวัติครั้งสุดท้าย
อย่างไรก็ดี ในขณะนี้โลกกำลังเกิดการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อบัณฑิตทุกคนในด้านการดำรงชีวิต การทำงาน และการประกอบอาชีพอย่างไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ หากบัณฑิตไม่ระมัดระวังให้ดีแล้ว การศึกษาที่ท่านได้รับไปนี้ ในเวลาอันไม่นานอาจไม่มีความหมายต่อชีวิตของท่านมากดังที่ท่านคาดหวัง
การปฏิวัติครั้งที่ 4 นี้ ก็คือ 
“การต่อยอดการปฏิวัติครั้งที่สามซึ่งบางครั้งเรียกว่าการปฏิวัติดิจิตัล” 
โดยการนำเอาเทคโนโลยี 5 ด้าน อันได้แก่ 
ปัญญาประดิษฐ์ พันธุวิศวกรรม นาโนเทคโนโลยี การพิมพ์สามมิติ และเทคโนโลยีชีวภาพ 
มาร่วมกันผลิตสินค้าและบริการนานาประการ
ตัวอย่างได้แก่ หุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ เครื่องมือตรวจร่างกายแทนแพทย์ การฉีดหุ่นยนต์ขนาดมองไม่เห็นเข้าไปในร่างกายเพื่อรักษาโรคและปรับปรุงยีนส์ เครื่องบินที่ชิ้นส่วนติดต่อถึงกันเพื่อซ่อมแซมส่วนบกพร่อง stem cell ซ่อมเสริมอวัยวะและชะลอวัย รถยนต์ไร้คนขับ เป็นต้น
การสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีเหล่านี้ จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ระบบเศรษฐกิจและตลาดแรงงานขนานใหญ่ในโลก ซึ่งจะส่งผลต่อการผลิตและการจ้างงาน ในอัตราการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วอย่างยิ่ง
เรื่องที่กล่าวมานี้ เป็นหัวข้อของการประชุมระดับโลกที่มีชื่อว่า World Economic Forum เมื่อเดือนที่ผ่านมา ในการศึกษาประกอบการสัมมนาครั้งนี้ได้สัมภาษณ์ นายจ้างและลูกจ้างรวม 13.5 ล้านคน ครอบคลุม 371 สถานประกอบการขนาดใหญ่ในทุกทวีปทั่วโลก รวมทั้งประชาคมอาเซียนด้วย และพบว่า
การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่สี่ดังกล่าว จะสร้างโอกาสการทำงาน พัฒนาคุณภาพชีวิต เปลี่ยนวิธีการทำงาน และทำให้งานหลายลักษณะหายไปจากโลก เนื่องจากกระบวนการผลิตที่ใช้เทคโนโลยีใหม่แทนที่มนุษย์ คนจำนวนมากจะหางานทำไม่ได้ จะถูกเลิกจ้างงาน ผู้ประกอบจำนวนมากที่ไม่สามารถปรับตัวได้ทัน อาจต้องปิดกิจการลงเป็นจำนวนมาก
งานศึกษาชี้ให้เห็นว่า มี 10 ประการ ที่พึงพิจารณาสำหรับการรับมือในขั้นต้น ซึ่งได้แก่
(1) ทักษะการแก้ไขปัญหา 
(2) ทักษะการคิดวิเคราะห์ 
(3) ทักษะการคิดสร้างสรรค์ 
(4) ทักษะการบริหารจัดการบุคคล 
(5) ทักษะการทำงานร่วมกับคนอื่น 
(6) ทักษะการมีวุฒิภาวะทางอารมณ์ 
(7) ทักษะการตัดสินใจ 
(8) ทักษะการเจรจาต่อรอง 
(9) การมีใจรักบริการ และ 
(10) ความยืดหยุ่นทางความคิด
ใน 8 ประการแรก คือ ทักษะหรือความสามารถในการกระทำบางสิ่งซึ่งเกิดขึ้นได้จากการฝึกฝนข้ามเวลา มิได้มาจากการมีมันสมองอันเป็นเลิศ ส่วน 2 ประการสุดท้าย คือ การมีใจรักบริการและการมีความคิดที่ยืดหยุ่น ซึ่งประการสุดท้าย เป็นเรื่องที่ผมขอขยายความ
การมีความคิดที่ยืดหยุ่น หมายถึงการมีใจกว้าง ไม่คับแคบอยู่แต่ในสาขา หรือวิชาที่ตนเรียนมา ไม่ติดกับดักของความเคยชินที่เคยคิดหรือเคยปฏิบัติมา กล้าที่จะปรับใจปรับตนเองเพื่อให้ตอบรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และนี่คือหัวใจของการหาประโยชน์จากการปฏิวัติครั้งสำคัญนี้
การเปิดใจพยายามฝึกฝน 8 ทักษะข้างต้นซึ่งทุกคนล้วนมีอยู่บ้างแล้วนั้น คือก้าวสำคัญของการเพิ่มเติมความรู้ที่ท่านมีอยู่แล้ว เพื่อให้เกิดความพร้อมสำหรับช่วงเวลาข้างหน้าของชีวิต
Cr. Info found online all credit belong to owner.
……….
เกร็ดเพิ่มเติม
-ติดตามผลงานของ รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ ได้ทาง www.varakorn.com 
-ตัวอย่างการนำเอา Industry 4.0 ไปประยุกต์ใช้ โดย Volkswagen Group 
.........
ด้วยความปรารถนาดี
BomOlarn บอม โอฬาร
Super Connector & Serial Entrepreneur
คอนเนคชั่น พันล้านสานเองได้
Managing Director, Absolute-Code Co., Ltd.
Director and Founder, TamGin Academy 
Marketing Director and Founder, Wow Village Co., Ltd.
Managing Director, Real Estate Reborn Co., Ltd.
Co-Founder, iCrowdInvest

วันอาทิตย์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

[อ่าน] 8 1/2

 ได้ฟัง รายการ Fastfood ธุรกิจ 

ของคุณ กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร 

เลยได้ หนังสือของ คุณ กวีวุฒิ มา ชื่อว่า

8 1/2 

เช่นเคย ผม ขอทำการเก็บรายชื่อหนังสือ ที่เจอในเล่มนี้ ไว้

เพื่อเวลากลับมาหาในอนาคตจะได้ง่ายขึ้น



'The ONE Thing' 
by Gary Keller and Jay Papasan



'Science of Achievement' 
by Michael Bolduc 



'The Rise of Superman' 
by Steven Kotler



'Creative Confidence'
by David and Tom Kelley



'Ten Faces of Innovation'
by Tom Kelly


'Bold'
by Steven Kotler



'The Success Principles'
by Jack Canfield



'Mindset'
by Carol Dweck



'Inside Steve's Brain'
by Leander Kahney



'Only the paranoid Survive'
by Andrew S. Grove



'The Marshmallow Test'
by Walter Mischel



'Jack Ma อาลีบาบาเขย่าโลก'
by แปลโดยคุณอนุรักษ์



'The Art of Thinking Clearly'
by Rolf Donelli



'Trigger'
by Marshall Goldsmith



'Like a Virgin'
by Richard Branson



'Talk Like TED'
by Camine Gallo



'Influence'
by Robert Cialdini



'Mindless Eating Experiment'
by Brian Lansink



'Halo Effect'
by Phil Rosenzweig



'How to sell anything to anybody'
by Joe Girard



'Negotiating Rationally'
by Max Bozeman and Margaet Neale



''Predatory Thinking'
by Dave Trott



'How Googlw Works'
by Eric Schmidt



'Damn Good Advice'
by George Lois



'David and Goliath'
by Malcolm Gladwell



'What got you here won't get you there'
by Marshall Goldsmith



'Thinking Fast and Slow'
by Danial Kahneman



'Switch'
by Chip and Dan Heath



'NLP at Work'
by Sue Knight



'Life without limits'
by Nick Vujicic




'9 Things successful people do differntly'
by Heidi Grant



'Elon Musk'
by Ashlee Vance



'Work Rules'
by Laszlo Bock



'Real-Life MBA'
by Jack and Suzy Welch



'Delivering Happiness'
by Tony Hsieh



'Creative, Inc.'
by Ed Catcall



'The Art of Innovation'
by Tom Kelly



'Change by Design'
by Tim Brown



'Happiness Factory Bible'
by Coca-cola



'Epic Content Marketing'
by Joe Pulizzi



'Uprising'
by Scott Goodson



'$100 Start-Up'
by Chris Guilebeau



'Change by Design'
by Tim Brown



'Built to Last'
by Jim Collins



"I'm Blind, Please Help"
--> "It's a beautiful day, But I can't see"



'Inside Steve's Brain'
by Leander Kahney



'The Innovator's Dilemma'
by Clayton M. Christensen




'The Everything Store'
by Brad Stone



'Start-Up Nation'
by Dan Señor and Sual Singer

วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2558

[อ่าน] Talk like TED

ผู้เขียน คือ Carmine Gallo ผม พึ่งเคยได้ยิน ชื่อแต่ เห็นรายชื่อหนังสือที่พี่แกเขียนแต่ละเล่ม นี่น่าสนใจทั้งนั้นเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น


  • The apple experience:Secret to Building Insanely Great Customer Loyalty
  • The Power of foursquare: 7 Innovative Ways to get Customers to Check in Whenever They Are
  • The Innovation Secrets of Steve Jobs: Insanely Different Principles for Breakthrough Success
  • The Presentation Secrets of Steve Jobs:How to Be Insanely Great in Front of Any Audience
  • Fire Them Up!: 7 Simple Secrets to :Inspire Colleagues, Customers, and Clients; Sell Yourself, Your Vision, and Your Values, Communicate with Charisma and Confidence
  • 10 Simple Secrets of the world's Greatest Communication

เห็นแล้ว เล่มที่อยากอ่าน ต่อ คือ Fire Them Up กับ The  presentation secret ของ Steve Jobs  แต่หนังสือที่ซื้อ ๆมา นี่ก็มีอยู่พอสมควรเลย อ่านไม่ทันเลย 


    Talk Like TED แบ่งเนื้อหาเป็น 3 หมวด ใหญ่ ๆคือ
1. Emotional      2. Novel      3. Memorable

  


  ขอเริ่มที่การที่หนังสือได้พูดถึง clip TED

ซึ่งจากตรงนี้ก็ได้พูดถึง 

   เริ่มไปไกลกันแล้วขอกลับ มาที่ Talk like TED ต่อก่อนนะครับ ผมเริ่มไปสนใจเรื่อง Big history project เลย เพราะว่า เคยมีเพื่อนพูดถึงเรื่อง timetoast นอกจากนี้ ช่วงก่อน ยังได้ดู clip ของการที่ มีคนสงสัยว่าฝั่งตรงข้ามของ พีรามิด GIZA มีอะไร จึงทำการศึกษาโดยการใช้ Google Earth ค้นหา ตาม link นะครับ เริ่มไปกันไกล  http://www.abovetopsecret.com/forum/thread978475/pg1


   
อาจจะต้อง post clip TED ไว้แทนแล้วแหละ ค่อย ๆไปกันนะ



พูดถึงหนังสือ  "Mastery" ของ Robert Greene ผม เคยเห็นหนังสือ "The 48 Laws of Power" ครั้งแรกตอนอ่านหนังสือของ ไอซ์ ธีรศานต์ 


Howard Schults, "Coffee is the product but Starbuck is in the Business of customer service"

Tony Hsieh "Zappos, isn't passionate about shoes. but Delivering happiness"

Matthieu Ricard is the happiest man in the world http://www.matthieuricard.org/en/







  • Dr Jill




My stroke of Insight  Jill Bolte Taylor



  • งานวิจัย ปี 2012 ใน Journal of Business Venturing ซึ่งศึกษาเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ระหว่าง passion กับการตัดสินใจของนักลงทุน 
http://digitalknowledge.babson.edu/cgi/viewcontent.cgi?article=1875&context=fer  น่าจะแนว ๆอันนี้ แต่ว่าเดี๋ยว ค่อย มา ค้นหาต่อ

  • Why 15-20 minutes is the ideal length time to make a business pitch

  • Bryan Stevenson

  • Bestselling author Dan Arielle
  • Joel Osteen

Sir Ken Robinson กับ Gillian Lyne ต้อง บอกก่อนเลยว่า ผม ชอบ TED Talk ของ Sir Ken Robinson มาก เพราะว่า แกมีเทคนิคการพูด ที่ เจ๋งมากจริง ๆ จนผมต้องไล่ ฟัง youtube ของแก ตอนนี้ มีหนังสือ The element ของแกที่ผม ยังหาไม่ได้ คุณ รวิศ เองก็เคย post หนังสือเล่มนี้ลงหน้า wall ตอนนั้น post เล่มนี้ไล่เลี่ยกับ อีกเล่มที่ชื่อ Insight Out ของ tina seelig คนเขียน What I wish I knew when I was 20


  • Brent Brown delivered the talk "The Power of Vulnerability"

  • Malcolm Gladwell, "Choice, Happiness and Spaghetti sauce"

 


  • Lisa Kristine



  • Colin Powell


เขียน It Worked for me


  • Ernesto Sirolli
หนังสือ Ripples from the Zambezi

แนะนำหนังสือ  "Dead AID" ของ Dambisa Moyo   Zambian woman economist


Jennifer Granholm


  • Amy Cuddy


  • Janine Shepherd

NOVEL

  • Robert Ballard



  • James Cameron

  • Peter gabriel 

  • Han Rosling
  • Susan Caine
ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Quiet
  • Seth Godin "the purple cow"

  • Mary Roach

  • Helen Fisher

  • Diane Kelly


  • Jenny McCarthy

  • Amy Lockwood

  • James Flynn






















SECRETS

#1  Unleash the master within
#2  Master the art of storytelling
     3 Simples, Effective types of stories

  1. Personal stories
  2. Other person who have learned a lessons the audience can relate to
  3. Stories involving the success or failure of products or brands